วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ผังนโยบายและผังกลยุทธ์ผังประเทศและผังภาค

1 ผังประเทศ

ผังนโยบายหลักของประเทศเป็นภาพรวมของแนวทางในการพัฒนาประเทศ และถ่ายทอดสู่ผังระบบชุมชนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการกระจายตัวของพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศในรายละเอียด โดยให้ความสำคัญในการกระจายความเจริญที่เน้นการเพิ่มสมดุลระบบเมือง และเน้นการพัฒนาเป็นกลุ่มเมืองที่มีกิจกรรมและความเจริญทางเศษรฐกิจใกล้เคียงกัน ซึ่งประเด็นการพัฒนาซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ศึกษาคือการกำหนดเมืองที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางหลักในแต่ละภูมิภาค เชื่อมโยงกับเมืองที่มีศักยภาพเป็นอันดับรองลงมา และแบ่งบทบาทหน้าที่ในการบริการแก่ประชาชนตามความเหมาะสมและทรัพยากรที่มีอยู่ โดยพัฒนากรุงเทพมหานครและเมืองโดยรอบให้เป็นมหานครมาตรฐานระดับโลก (Global City) ส่งเสริมศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือระหว่างประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งของภูมิภาค การกำหนดแนวทางการขยายตัวของพื้นที่เมืองและแหล่งอุตสาหกรรมให้ชัดเจน สามารถพัฒนาได้อย่างมีแผนในพื้นที่ศักยภาพ เช่นการพัฒนาเมืองใหม่นครนายก เมืองอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา ตลอดจนแกนอุตสาหกรรมจากบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกจนถึงจังหวัดนครราชสีมา

แนวโน้มการพัฒนาที่ส่งผลจากผังนโยบายและผังกลยุทธ์ของผังประเทศ ต่อพื้นที่กลุ่มจังหวัดสมุทรปราการ นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว
1. ผังประเทศได้กำหนดให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลให้จังหวัดสมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะในเขตใกล้เคียงท่าอากาศยานมีบทบาทด้านศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับนานาชาติ และเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน
2. การกำหนดพื้นที่แนวแกนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ (industrial corridor) รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออก จากระยอง ชลบุรี ไปทางฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระบุรี ถึงนครราชสีมา เพื่อเป็นฐานการผลิตส่งออกและนำเข้าในลักษณะของกลุ่มอุตสาหกรรม (industrial cluster) เป็นประเด็นที่จะต้องศึกษาถึงฐานการผลิตในแต่ละจังหวัดว่ามีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร การพัฒนาในรูปแบบกลุ่มอุตสาหกรรมยังช่วยให้เกิดบทบาทชัดเจนของแหล่งผลิตอย่างในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ว่าจะเป็นแหล่งผลิตประเภทใด มีความสำคัญในระดับอนุภาค ระดับภาค และระดับประเทศอย่างไร
3. ผังประเทศได้กำหนดให้มีพัฒนาการค้าการลงทุนตามแนวชายแดนที่ตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน โดยการพัฒนาแบบเมืองคู่แฝด ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเมืองชายแดน อรัญประเทศ- ปอยเปต ให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ที่เป็นแหล่งอุตสหกรรม และแหล่งงานที่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งผลทางอ้อมจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ผังประเทศยังเสนอให้พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงเมืองการค้าชายแดนคือ อรัญประเทศไปยังพนมเปญ (กัมพูชา) โฮจิมินท์ ซิติ้ วังเตา (เวียดนาม) ซึ่งจะทำให้จังหวัดสระแก้วเพิ่มบทบาทเป็นประตูการค้าของ GMS และยังกระตุ้นให้เกิดการผลิตสินค้าส่งออกตามที่ตลาดในเมืองดังกล่าวต้องการ
5. โครงสร้างพื้นฐานที่ผังประเทศกำหนดและมีบทบาทต่ออนุภาคคือ โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร – ฉะเชิงเทรา – สระบุรี – นครราชสีมา โครงการนี้จะช่วยถ่ายเทปัจจัยการผลิตด้านแรงงาน ระหว่างกรุงเทพมหานคร ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานีรถไฟ
6. การฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ในจังหวัด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำซึ่งพื้นที่อนุภาคเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก นอกจากนี้ผังประเทศยังเสนอให้มีการฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่งทะเลในจังหวัดสมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาและป้องกันผลกระทบจากการพัฒนาที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

2 ผังภาค กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ผังภาค กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้กำหนดให้ภาคมีบทบาทเป็นนครหลวงของประเทศ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของประเทศและคงความเป็นเมืองระดับโลก (Global City) โดยให้เน้นความสำคัญของการเป็นศูนย์กลางคมนาคมทางอากาศของโลกที่อยู่ในภูมิภาคเอเซีย และการกระจายการคมนาคมขนส่งทุกลักษณะออกไปยังพื้นที่อื่นๆ ของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเชื่อมโยงเอเซียใต้ ซึ่งมีประเด็นการพัฒนาที่สำคัญคือ
1. กำหนดให้กรุงเทพมหานครและเมืองปริมณฑลมีบทบาทหน้าที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ให้เป็นกลุ่มเมืองมหานครที่เป็นนครหลวงของชาติ เป็นศูนย์กลางของอาเซียนและเอเซียทางด้านการคมนาคมขนส่ง เป็นศูนย์กลางของประเทศทางด้านการบริหาร การพาณิชยและบริการ การท่องเที่ยว การบริการด้านสุขภาพ และการศึกษาวิจัย
2. ให้ลดบทบาทความสำคัญของกรุงเทพมหานครลง โดยกระจายความสำคัญบางเรื่องไปยังเมืองปริมณฑลและภาคอื่นๆ โดยให้กรุงเทพมหานครมีประชากรเพิ่มได้อีกเพียงเล็กน้อยจากปัจจุบัน กำหนดบทบาทเหลือเพียงบางเรื่อง
3. เพิ่มบทบาทเมืองต่างๆ ในปริมณฑล โดยให้แต่ละเมืองมีบทบาทของตนเองที่ชัดเจน โดยกำหนดให้
พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการต่อเนื่องกับกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก เป็นศูนย์กลางทางด้านการคมนาคมทางอากาศของเอเซีย และเชื่อมต่อกับภาคอื่น ๆ ของประเทศและประเทศในภูมิภาคเอเซียนทั้งบกและทางทะเล เพื่อการท่องเที่ยว และการบริการอื่นๆ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนและเป็นเมืองอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกทางอากาศ

แนวโน้มการพัฒนาที่ส่งผลจากผังนโยบายและผังกลยุทธ์ของผังภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่อพื้นที่กลุ่มจังหวัดสมุทรปราการ นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว

1. ผังภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้กำหนดบทบาทให้จังหวัดสมุทรปราการ เป็นแหล่งรองรับการขยายตัวของเมืองใหม่ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้กำหนดให้มีการสร้างเมืองใหม่ต่าง ๆ ได้แก่ เมืองใหม่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมืองใหม่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมืองใหม่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งผลดีต่อพื้นที่อนุภาคก็คือการเกิดศูนย์กลางการพัฒนาระดับรองจากกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดการกระจายของความเจริญ ลดความแออัดจากพื้นที่เมืองเดิม เกิดการกระจายศูนย์การให้บริการสาธารณะมาสู่พื้นที่อื่น ๆ
2. โครงการคมนาคมขนส่งที่จะเกิดขึ้น เช่น รถไฟฟ้าชานเมือง (สายมักกะสัน – เมืองฉะเชิงเทรา )และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีเขียวส่วนใต้ (แบริ่ง - สมุทรปราการ) ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครและกลับไปพักอาศัยในพื้นที่จังหวัดทั้งสองได้สะดวกมากขึ้น จึงช่วยส่งเสริมบทบาทการเป็นที่อยู่อาศัยรองรับการขยายตัวของกรุงเทพมหานคร ให้กับจังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ได้อีกด้วย
3. จากการที่ผังภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ โดยส่งเสริมการสร้างนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมใหม่ ในอำเภอพระประแดง และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศและเครือข่าย ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ทำให้เห็นแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ จะต้องพัฒนาในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่เป็นปัญหาในปัจจุบันของอุตสาหกรรมในสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังจะต้องมีการรวมกลุ่มผู้ผลิตจัดการบูรณาการ การเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
4. จังหวัดสมุทรปราการยังถูกกำหนดให้มีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ครบวงจร สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์วิจัยการผลิตอาหารจากเกษตรและประมง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัดสมุทรปราการซึ่งมีโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเป็นฐานเศรษฐกิจด้านอาหารและการประมงอยู่แล้ว

3 ผังภาคตะวันออก

ผังภาคตะวันออกได้กำหนดยุทธศาสตร์ให้ภาคตะวันออกเป็นฐานทางด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลางเพื่อการส่งออกและทดแทนการนำเข้าที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพื่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระบบโลกาภิวัตน์ และเพื่อการกระจายความสำคัญทางด้านแหล่งงานภาคอุตสาหกรรมและการบริการออกจากกรุงเทพฯ พร้องทั้งรองรับแรงงานส่วนเกินจากภาคต่างๆ ของประเทศ และในขณะเดียวกันจะต้องจัดการพื้นที่ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาบทบาททางการเกษตรและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้ยั่งยืน ด้วยบทบาทที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก แต่มีความขัดแย้งกันสูงในด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ จึงทำให้ภาคตะวันออกจะต้องมีแผนและนโยบายทางด้านการใช้พื้นที่อย่างจริงจังและเข้มงวดการพัฒนากลุ่มเมือง ซึ่งผังภาคตะวันออกได้เสนอให้มีการพัฒนากลุ่มเมืองหลัก เมืองรอง และเมืองพิเศษ ดังต่อไปนี้
- การพัฒนากลุ่มเมืองหลัก (เมืองฉะเชิงเทรา)
- การพัฒนากลุ่มเมืองรอง (เมืองนครนายก , เมืองปราจีนบุรี , เมืองสระแก้ว)
- การพัฒนากลุ่มเมืองที่เป็น Gateway (เมืองชายแดนอรัญประเทศ)
- การพัฒนากลุ่มเมืองศูนย์กลางระดับจังหวัด และพื้นที่ต่อเนื่อง
- การพัฒนากลุ่มเมืองพิเศษเพี่อการพัฒนาประเภทเมืองใหม่ตามนโยบายของรัฐ
- เมืองบ้านนา อ.บ้านนา จ.นครนายก
- เมืององครักษ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก
- เมืองฉะเชิงเทรา อ.ฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา
- เมืองบางน้ำเปรี้ยว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

แนวโน้มการพัฒนาที่ส่งผลจากผังนโยบายและผังกลยุทธ์ของผังภาคตะวันออก ต่อพื้นที่กลุ่มจังหวัดสมุทรปราการ นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว
1. ผังภาคตะวันออกได้ส่งเสริมให้พื้นที่อนุภาคซึ่งอยู่ตามแกนอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดและแหลมฉบัง – สนามบินสุวรรณภูมิ – เมืองชายแดนประเทศกัมพูชา - จังหวัดสระบุรีและนครราชสีมา เป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยเน้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ทั้งนี้จะทำให้จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว มีการพัฒนอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก เป็นศูนย์กลางดึงดูดแรงงานและทรัพยากรเข้ามาในอนุภาค
2. แนวโน้มของการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนุภาคตามแผนของผังภาคตะวันออกจะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรม (innovation) และจะต้องเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ดังนั้นจึงควรศึกษาความเชื่อมโยงอุตสาหกรรมในอนุภาค กับอุตสาหกรรมประเภทปิโตรเคมี ที่มีฐานการผลิตอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออก
3. ผังภาคตะวันออกยังกำหนดให้มีพัฒนาการค้าการลงทุนบริเวณเมืองชายแดน เพื่อการขยายตลาดและการลงทุนในเมืองคู่แฝด (sister cities) ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เชื่อมโยงกับเมืองปอยเปต ในประเทศกัมพูชา โดยผังได้กำหนดให้จังหวัดสระแก้วเป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้าระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา จึงมีแนวโน้มที่จะต้องพัฒนาโครงข่ายถนน และการปรับปรุงระบบรางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยโครงข่ายจะต้องเชื่อมโยงกับแหล่งผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญในอนุภาคในจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี และเชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือนำเข้าและส่งออกที่สำคัญในระดับนานาชาติ
4. การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนตามแผนนโยบายของผังภาคตะวันออก จะทำให้เกิดการจัดการน้ำและประสานงานระหว่างลุ่มน้ำต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา ให้เพียงพอต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และอุปโภคบริโภค ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่อนุภาคจีงต้องคำนึงถึงขีดความสามารถของแหล่งน้ำที่มี โดยเฉพาะแหล่งต้นน้ำใน จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และต้องมีการกำหนดขนาดของการพัฒนาอุตสาหกรรม และประเภทอุตสาหกรรมที่แหล่งน้ำสามารถรองรับได้
5. ผังภาคตะวันออกได้ส่งเสริมให้จังหวัดระยองด้านตะวันออก จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นแหล่งผลิตผลไม้เพื่อการส่งออก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของประเทศ ในการวางผังอนุภาคจึงควรพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกไม้ผลเพื่อการส่งออกในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว และการจัดตั้งศูนย์กลางการเกษตรเพื่อการส่งออกในอนุภาคเพื่อบริการและให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีทางเกษตรกรรมที่ทันสมัย
6. การผลักดันให้มีการพัฒนาศูนย์รวมกระจายสินค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกตอนบนและ ตอนล่าง (จังหวัดฉะเชิงเทรา และจันทบุรี) และจัดตั้งศูนย์โลจิสติกส์ของภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรีและปราจีนบุรี) ตลอดจนโครงการคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออก จะช่วยส่งเสริมบทบาทใหม่เพิ่มให้กับจังหวัดฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี นอกเหนือจากการเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเดิม การพัฒนาดังกล่าวนี้จะทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าตามมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น